อาชีวอนามัย แบ่งแยกออกได้ เป็นสองคำ คือ คำว่า"อาชีวะ" กับ คำว่า "อนามัย"
เรามาทำความเข้าใจ กับคำทั้งสองคำนี้ พร้อมทั้งเรียนรู้ความหมายเมื่อนำมารวมกัน
คำว่า “อาชีวอนามัย” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Occupational Health” โดยมีรากฐานมาจากคำสองคำผสมผสานกัน คือ
อาชีวะ (Occupational) หรืออาชีพ หมายถึงบุคคลที่ประกอยอาชีพการงาน
อนามัย (Health) หรือสุขภาพอนามัย ตามความหมายที่อง์การอนามัยโลก (WHO) ให้คำจำกัดความไว้หมายถึง สภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย (Physical Health) ทางจิตใจ (Mental Health) และสามารถดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ด้วยดี (Social well – being) ซึ่งไม่เพียงแต่ปราศจากโรคหรือไม่แข็งแรงทุพพลภาพเท่านั้น
สำหรับคำว่า “ความปลอดภัย” (Safety) หมายถึง สภาพที่ปราศจากภัยคุกคาม (Hazard) ไม่มีอันตราย (Danger) และความเสี่ยงใดๆ (Risk)
เมื่อนำคำทั้งหมดดังกล่าวมารวมกัน จึงกล่าวได้ว่า งาน "อาชีวอนามัย" และความปลอดภัยเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับกรควบคุมดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพการงานให้มีสภาวะสมบูรณ์ดีทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ และสามารถดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ด้วยดี รวมทั้งมีความปลอดภัยจากภัยคุกคาม อันตรายและความเสี่ยงต่างๆ
อาชีวอนามัย (Occupational Health) หมายถึง ศาสตร์และศิลปเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้ประกอบอาชีพ อันรวมถึงการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพและการจัดการ เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพทุกอาชีพสามารถที่จะประกอบอาชีพได้อย่างปลอดโรคปลอดภัย มีสภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกายจิตใจ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล
โรคจากการประกอบอาชีพ (Occupa tional Diseases) หมายถึง โรคหรือความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการสัมผัสสิ่งคุกคาม หรือสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม โดยที่อาการของความเจ็บป่วยนั้นๆ อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานในขณะทำงาน หรือหลังจากการทำงานเป็นเวลานานเช่น โรคพิษตะกั่ว โรคซิลิโคสิส โรคพิษสารตัวทำละลาย โรคผิวหนังจากการประกอบอาชีพ และการบาดเจ็บจากการทำงาน เป็นต้น
โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน (Workrelated Diseases) หมายถึง โรคหรือความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีสาเหตุปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน และสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับงานเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดโรคได้แก่ สภาวะแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสมลักษณะท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกต้อง สภาพของงานที่ต้องปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม โดยปัจจัยที่เกี่ยวกับงานอาจจะเป็นสาหตุเริ่มต้น หรือทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น เช่น โรคกระเพาะอาหารโรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดตันเรื้อรังโรคความดันโลหิตสูง การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อเป็นต้น
โรคจากการประกอบอาชีพที่เป็นปัญหาในประเทศไทย แบ่งเป็น
- อุบัติภัย/การบาดเจ็บจากการประกอบอาชีพ (Accidents/Occupational Traumatic Injuries) การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ (Musculoskeletal Injuries)
- โรคปอดจากการประกอบอาชีพ (Occupational Lung Diseases) รวมถึงโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ เช่น โรคซิลิโคสิส โรคบิสสิโนสิส โรคแอสเบสโตสิส และอาการระคายเคืองทางเดินหายใจ เป็นต้น
- โรคพิษจากสารโลหะหนัก (Heavy MetalPoisoning) เช่น โรคพิษตะกั่ว โรคพิษจากสารหนูปรอท แมงกานีส เป็นต้น
- โรคพิษจากสารกำจัดศัตรูพืช (PesticidePoisoning) และเวชศาสตร์เกษตรกรรม
- โรคผิวหนังจากการประกอบอาชีพ (Dermatological Disorders)
- ภาวะการได้ยินเสื่อมจากเสียงดัง (Occupational Hearing Loss)
- ภาวะเป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxic Disorders)
- โรคมะเร็งจากการประกอบอาชีพ (Occupational Cancers)
- โรคหัวใจและหลอดเลือด (CardiovascularDiseases)
- ปัญหาสุขภาพจิตและความเครียดจากการทำงาน (Psychological Disorders
ลักษณะงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
คณะกรรมการร่วมระหว่างองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization; IKO) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO)
ได้กำหนดจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยไว้ดังนี้ คือ
1. การส่งเสริมและดำรงไว้ (promotion and maintenance) ซึ่งความสมบูรณ์ที่สุดของสุขภาพร่างกายจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ประกอบอาชีพในทุกอาชีพ
2. การป้องกัน (prevention) ไม่ให้ผู้ประกอบอาชีพมีสุขภาพอนามัยเสื่อมโทรมหรือผิดปกติ อันมีสาเหตุมาจากสภาพหรือสภาวะในการทำงานต่างๆ
3. การป้องกันคุ้มครอง (protection) ผู้ประกอบอาชีพไม่ให้ทำงานที่เสี่ยงอันตราย ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพขึ้นได้
4. การจัดงาน (placing) ให้ผู้ประกอบอาชีพได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับความ สามารถของร่างกายและจิตใจของเขา
5. การปรับ (adaptation) งานให้เหมาะสมกับคน และการปรับคนให้เหมาะสมกับสภาพการทำงาน
1. การส่งเสริมและดำรงไว้ (promotion and maintenance) ซึ่งความสมบูรณ์ที่สุดของสุขภาพร่างกายจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ประกอบอาชีพในทุกอาชีพ
2. การป้องกัน (prevention) ไม่ให้ผู้ประกอบอาชีพมีสุขภาพอนามัยเสื่อมโทรมหรือผิดปกติ อันมีสาเหตุมาจากสภาพหรือสภาวะในการทำงานต่างๆ
3. การป้องกันคุ้มครอง (protection) ผู้ประกอบอาชีพไม่ให้ทำงานที่เสี่ยงอันตราย ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพขึ้นได้
4. การจัดงาน (placing) ให้ผู้ประกอบอาชีพได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับความ สามารถของร่างกายและจิตใจของเขา
5. การปรับ (adaptation) งานให้เหมาะสมกับคน และการปรับคนให้เหมาะสมกับสภาพการทำงาน
หลักการจัดการของชีวอนามัยที่ดี
1.นำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงานไปใช้ และนึกถึงอยู่เสมอขณะปฏิบัติงาน เช่น การทำงานอย่างปลอดภัยกับสารเคมีอันตราย การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง
2.เตือนเพื่อนพนักงานที่ปฏิบัติงานด้วยกัน ทุกๆ ครั้งที่พบเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังประมาท และพยายามแก้ไขสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยทันทีที่พบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้นอีก
2.เตือนเพื่อนพนักงานที่ปฏิบัติงานด้วยกัน ทุกๆ ครั้งที่พบเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังประมาท และพยายามแก้ไขสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยทันทีที่พบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้นอีก
3.ปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ
4.ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือข้อบังคับขององค์กรในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานอย่างเคร่งครัด
5.มี "สติ" และ "สมาธิ" ในการทำงานอยู่เสมอ
เหตุผลที่ต้องมีการจัดการเรื่องอาชีวอนามัยก็คือ เนื่องจากเรื่องอาชีวอนามัยนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถทำได้อย่างเป็นระบบยั่งยืนและสามารถพัฒนาได้ต่อไป องค์กรสามารถเลือกระบบการจัดการในรูปแบบต่างๆ เข้ามาใช้เพื่อบริหารจัดการได้ เช่น ระบบการประเมินความเสี่ยง มอก.18001 ระบบตรวจสอบความปลอดภัย ระบบการตรวจสุขภาพพนักงาน ระบบการตรวจติดตามโรคจากโรงงาน ระบบการฝึกอบรม การทำ 5 ส. เป็นต้น
ซึ่งระบบต่างๆ ที่กล่าวมานี้ในแต่ละองค์กรจะต้องเลือกนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงานและกิจกรรมขององค์กรนั้นๆ ตลอดจนต้องให้เหมาะสมกับรูปแบบของการจัดการที่ทำอยู่เดิม แต่สิ่งที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในการบริหารการจัดการในเรื่องของอาชีวอนามัยก็คือ การปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน้าที่ของทั้งผู้ประกอบการและพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบและปฏิบัติตามรายละเอียดที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ซึ่งระบบต่างๆ ที่กล่าวมานี้ในแต่ละองค์กรจะต้องเลือกนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงานและกิจกรรมขององค์กรนั้นๆ ตลอดจนต้องให้เหมาะสมกับรูปแบบของการจัดการที่ทำอยู่เดิม แต่สิ่งที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในการบริหารการจัดการในเรื่องของอาชีวอนามัยก็คือ การปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน้าที่ของทั้งผู้ประกอบการและพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบและปฏิบัติตามรายละเอียดที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป